เครื่องกรองน้ำ

แร่ธาตุในน้ำดื่มที่จำเป็นต่อร่างกาย และเทคนิคการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

แร่ธาตุในน้ำดื่ม ที่จำเป็นต่อร่างกาย

แร่ธาตุในน้ำดื่ม ที่จำเป็นต่อร่างกาย และเทคนิคการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

แร่ธาตุที่สำคัญในน้ำแร่ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย จะมีหลักๆ อยู่ดังนี้

  1. แคลเซียม : แร่ธาตุสำคัญในการสร้างกระดูกและฟัน ช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง อาการโรคหัวใจ มะเร็งลำไส้ อาการปวดประจำเดือน
  2. แมกนีเซียม : แร่ธาตุชนิดหนึ่ง อยู่ในกลุ่มของเกลือแร่ ที่มีอยู่มากมายในร่างกาย แมกนีเซียมทำหน้าที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรงขึ้น สร้างระบบภูมิคุ้มกัน รักษาอาการเต้นของหัวใจให้เป็นปกติ และยังช่วยบรรเทาอาการที่เกี่ยวกับสมองอีกด้วย
  3. ฟลูออไรด์ : แร่ธาตุตามธรรมชาติที่ช่วยในการป้องกันฟันผุ โดยจะชะลอการสลายของแร่ธาตุ เป็นองค์ประกอบ 1 ใน 5 ที่ช่วยป้องกัน เสริมกระบวนการคืนกลับมาของแร่ธาตุบนผิวเคลือบฟัน ช่วยให้ฟันแข็งแรง
  4. ไอโอดีน : แร่ธาตุที่มีความสำคัญต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์ ช่วยควบคุมระบบเผาผลาญอาหารในร่างกาย
  5. โพแทสเซียม : เป็นแร่ธาตุที่ทำงานร่วมกับโซเดียมในการควบคุมสมดุลของน้ำในร่างกาย และช่วยทำให้หัวใจเต้นเป็นปกติ
  6. เหล็กและสังกะสี : ซึ่งมีส่วนช่วยในการสร้างความสมดุลของความเป็นกรด ด่างในร่างกาย ช่วยในกระบวนการเผาผลาญและดูดซึมวิตามินบางชนิด แต่ควรได้รับในปริมาณที่เหมาะสมกับความต้องการของร่างกายเท่านั้น

 

เหตุผลดีๆ ที่จะทำให้คุณรู้ว่า การดื่มน้ำนั้นเป็นเรื่องสำคัญ และมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างไรบ้าง

  1. ดีต่อสมอง และระบบประสาท เนื่องจากน้ำ คือส่วนประกอบสำคัญของเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงร่างกาย และสมอง การดื่มน้ำอย่างเพียงพอจะช่วยให้คลายเครียด ลดอาการปวดศีรษะได้ ถือเป็นการผ่อนคลาย และเพิ่มพลังให้กับสมองอีกทางหนึ่ง
  2. ช่วยให้ผิวพรรณสุขภาพดี ไม่เหี่ยวย่นง่าย เพราะน้ำจะคอยดูแลเซลล์ให้ลอยอยู่บนน้ำ และช่วยให้เกิดการไหลเวียนของเลือดในร่างกายได้ดีขึ้น รวมถึงช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อ ทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ดูเรียบเนียน มีน้ำมีนวล และดูอ่อนเยาว์
  3. ช่วยล้างสารพิษ และช่วยให้ระบบการขับถ่ายของเสียออกจากร่างกาย เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพราะน้ำจะนำพาของเสียให้ออกจากร่างกายได้อย่างง่ายดาย ทั้งทางอุจจาระ ปัสสาวะ และรูขุมขน
  4. ช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จึงช่วยป้องกันอาการเลือดข้น ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของโรคหลอดเลือดได้
  5. ช่วยให้อวัยวะต่างๆ ในร่างกายทำงานได้อย่างปกติ เพราะทุกระบบก็ต้องการน้ำไปใช้ทั้งสิ้น เช่น ช่วยเรื่องการหล่อลื่นในระบบ ทางเดินอาหาร เชื่อมเซลล์ และหล่อลื่นข้อต่อต่างๆ ช่วยลำเลียงสารอาหารที่มีประโยชน์ไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายตลอดเวลา
  6. ช่วยส่งเสริมการทำงานของไต โดยเจือจางเกลือ และแร่ธาตุที่เป็นต้นเหตุทำให้เกิดนิ่ว จึงลดความเสี่ยงโรคนิ่วในไตได้
  7. ช่วยย่อยอาหาร และส่งผลดีต่อสุขภาพของลำไส้ การดื่มน้ำที่เพียงพอ จะทำให้ระบบทางเดินอาหารทำงานได้อย่างสมบูรณ์ และป้องกันอาการท้องผูก หากคุณดื่มน้ำไม่เพียงพอ ลำไส้ใหญ่จะดึงน้ำไปจากอุจจาระ เพื่อรักษาความชุ่มชื้น จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คุณขับถ่ายได้ยาก
  8. ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ เป็นตัวการสำคัญที่ช่วยให้ปฏิกิริยาเคมีของกระบวนการเผาผลาญอาหาร และไขมันในร่างกายเป็นไปอย่างปกติ
  9. ช่วยควบคุมอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่ตลอดเวลา โดยที่น้ำจะระบายความร้อนที่เป็นส่วนเกินออกจากร่างกายในรูปแบบเหงื่อที่ระเหยจากผิวหนัง เพื่อรักษาระดับอุณหภูมิของร่างกายให้คงที่
  10. ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นโรคมะเร็ง เพราะน้ำมีส่วนช่วยในการลำเลียงสารอาหาร กำจัดสารพิษที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย และช่วยให้อวัยวะต่างๆ ทำงานได้อย่างเป็นปกติ จึงช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งเต้านมได้อีกด้วย

นี่เป็นเพียงบางส่วนของประโยชน์ที่ได้จากการดื่มน้ำเท่านั้น ในเมื่อทราบกันอย่างนี้แล้ว คนที่อยากจะเริ่มดูแลสุขภาพให้ดีทั้งร่างกาย จิตใจ และผิวพรรณ การดื่มน้ำถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทั้งง่าย สะดวก ราคาไม่แพง เพียงแค่ปรับพฤติกรรมการดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 8 แก้ว แค่นี้ก็ถือเป็นการบำรุงร่างกายและดูแลสุขภาพไปในตัว

การดื่มน้ำอย่างถูกวิธี

  1. น้ำที่ดื่มถ้าจะให้ดีต้องเป็นน้ำอุณหภูมิปกติ ไม่ร้อนมากหรือเย็นจัด แต่ก็ยกเว้นในบางกรณี เช่น ตอนเช้าถ้าเป็นไปได้ควรดื่มน้ำอุ่นเพราะจะช่วยในการขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้น ลำไส้ก็จะสะอาดมากขึ้นตามไปด้วย
  2. การดื่มนั้นที่ถูกต้องนั้น ควรดื่มอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือจะให้ดีก็วันละ 14 แก้ว หรือโดยเฉลี่ยแล้วควรดื่มน้ำให้เพียงพอกับน้ำหนักตัวของคุณ เช่น ถ้าคุณมีน้ำหนัก 60 ก็ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรือประมาณ 10 แก้วนั่นเอง (กรณีนี้ให้นับรวมปริมาณอื่น ๆด้วย เช่น น้ำจากผักผลไม้ แกง ก๋วยเตี๋ยวต่าง ๆ ด้วย)
  3. ในตอนเช้าหลังตื่นนอนหรือก่อนแปรงฟัน ควรดื่มน้ำ 2-4 แก้ว เป็นน้ำอุ่น ๆ ได้ก็จะดีมาก
  4. ในระหว่างวันควรดื่มน้ำ 1 แก้วทั้งก่อนและหลังมื้ออาหารทุก ๆ มื้อ และในระหว่างช่วงสาย บ่าย เย็น ก็ควรดื่มน้ำอีกครั้งละ 1 แก้ว
  5. ในช่วงก่อนนอน น้ำอุ่น ๆ สัก 1 แก้วจะดีมาก
  6. การดื่มน้ำควรดื่มครั้งละแก้ว และที่สำคัญไม่ควรดื่มรวดเดียวหลาย ๆ แก้ว เพราะจะไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะ “น้ำเป็นพิษได้”
  7. ประโยชน์ของน้ำอย่าดื่มน้ำมากเกินไปก่อนที่จะรับประทานอาหาร หรือถ้าจะดื่มก็ควรดื่มน้ำก่อนสักประมาณครึ่งชั่วโมง หรือ 45 นาที
  8. ในระหว่างรับประทานอาหารไม่ควรดื่มน้ำตลอดเวลา เพราะจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารเจือจาง ทำให้ระบบย่อยทำงานได้ไม่ดี
  9. ภายหลังจากรับประทานอาหารเสร็จไม่ควรดื่มน้ำทันที เพราะจะทำให้น้ำย่อยในกระเพาะเจือจางลง ส่งผลให้การย่อยอาหารทำงานได้ไม่เต็มที่ โดยควรดื่มหลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้วครึ่งชั่วโมง
  10. หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำเย็นและน้ำอัดลม เพราะน้ำเย็นจะไปดึงความร้อนในร่างกายมาทำให้น้ำที่เราดื่มเข้าไปมีอุณหภูมิเท่ากับร่างกายจึงจะดูดซึมได้ ทำให้ร่างกายเสียเวลาในการปรับสมดุลและสูญเสียพลังงาน
  11. สำหรับคุณผู้หญิงบางท่านที่มักมีอาการปวดประจำเดือน ช่วงที่มีประจำเดือนควรงดดื่มน้ำเย็น เพราะการดื่มน้ำเย็นจะทำให้อาการปวดทวีความรุนแรงมากขึ้น

 

ตารางการดื่มน้ำเพื่อสุขภาพ

  • ดื่มหลังตื่นนอน 06.00-07.00 น. ปริมาณ 1 แก้ว
  • ตลอดทั้งคืนร่างกายขาดน้ำมายาวนาน ฉะนั้นเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการดื่มน้ำในตอนเช้า จะทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี
  • ดื่มน้ำช่วงสาย 08.00-11.00 น. ปริมาณ 2 แก้ว
  • เป็นช่วงเวลาที่ระบบภายในร่างกายเริ่มทำงานเต็มที่ แน่นอนว่าจะต้องมีของเสียเกิดขึ้นในร่างกายเพิ่มขึ้น
  • ดื่มน้ำช่วงบ่ายหลังมื้อเที่ยง 13.00-16.00 น. ปริมาณ 2 แก้ว
  • ใช้วิธีค่อยๆจิบเพื่อดับอาการกระหาย การดื่มน้ำแบบนี้จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวได้เป็นอย่างดี
  • ดื่มน้ำช่วงเย็นก่อนมื้อค่ำ 17.00-18.00 น. ปริมาณ 1 แก้ว
  • ดื่มก่อนกินมื้อเย็น 1 ชั่วโมง จะช่วยลดความอยากอาหาร ทำให้ทานได้น้อยไม่ทำให้อ้วน
  • ดื่มน้ำหลังมื้อค่ำ 19.00-21.00 น. ปริมาณ 1 แก้ว
  • ค่อยๆ จิบไปเรื่อยๆ จะช่วยทำให้ระบบเลือดและระบบลำไส้ทำงานได้ดี
  • ดื่มน้ำก่อนนอน 1 ชั่วโมง ปริมาณ 1 แก้ว
  • เพื่อชำระล้างสิ่งที่ตกค้างอยู่ในลำไส้

 

ข้อห้ามสำหรับการดื่มน้ำ

  • ไม่ดื่มน้ำครั้งเดียวในปริมาณมากๆ เพราะจะทำให้ไตควบคุมการขับน้ำไม่ได้ ส่งผลให้มีปริมาณน้ำในหลอดเลือดมากแล้วก็ไปเพิ่มภาระการสูบฉีดของหัวใจ
  • ไม่ควรปล่อยให้กระหายเต็มที่แล้วค่อยดื่ม เพราะร่างกายมีภาวะขาดน้ำ ทำให้มีของเสีย สารพิษตกค้างอยู่มาก ไม่สามารถระบายขับทิ้งได้
  • ไม่ควรดื่มน้ำเย็น เพราะร่างกายจะทำงานหนักเนื่องจากต้องปรับสมดุลภายในร่างกาย
  • ดื่มน้ำเปล่าดีที่สุด ไม่ควรดื่มน้ำหวาน
  • หลังกินอาหารไม่ควรดื่มน้ำปริมาณมาก เพราะน้ำจะไปเจือจางความเข้มข้นของน้ำย่อย ทำให้การย่อยอาหารไม่ดี

ไฮโดรเจนช่วยกระบวนการเมทาบอลิซึมของเราอย่างไร

เวลาที่คนส่วนใหญ่ได้ยินคำว่า “เมทาบอลิซึม” ตอนแรกเลยมักจะคิดถึงความสามารถของร่างกายในการเผาผลาญพลังงานในแง่ของการควบคุมน้ำหนักและการควบคุมการกินอาหาร แต่เรากำลังพูดถึงอะไรที่มันลงลึกในระดับจุลภาคมากกว่านั้น เพราะเซลล์แต่ละตัวต้องทำกระบวนการเมทาบอลิซึมของมันเอง เพื่อเปลี่ยนแหล่งพลังงานให้อยู่ในรูปที่สามารถใช้ประโยชน์ได้และเป็นการกำจัดของเสียด้วย

ถ้ากระบวนการเมทาบอลิซึมของเซลล์ไม่สามารถทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มที่ ร่างกายจะประสบกับอาการข้างเคียงที่ทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบาย เช่น การอักเสบและกรดแลกติกสูงขึ้น แต่ถ้ากระบวนการเมทาบอลิซึมทำหน้าที่ได้ดี เราก็จะรู้สึกเปี่ยมพลังพร้อมที่จะพิชิตโลกใบนี้เลยทีเดียว

ก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งถูกสร้างขึ้นภายในเซลล์ดังกล่าว คือตัวเร่งปฏิกิริยาที่ขับเคลื่อนประสิทธิภาพของการแปลงพลังงาน และประสิทธิภาพของการกำจัดของเสีย การศึกษาเมื่อปี 2005 ซึ่งได้รับการเผยแพร่ในวารสารวิทยาศาสตร์ชื่อ Nature พบว่าไฮโดรเจนเป็นสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อการบำบัดที่ดี เพราะมันสามารถเลือกลดสารอนุมูลอิสระบางตัวซึ่งเป็นอันตรายต่อเซลล์ของสิ่งมีชีวิตมากที่สุด เมื่อร่างกายของคุณสร้างก๊าซไฮโดรเจนอย่างเพียงพอแล้ว (หรือว่าคุณบริโภคน้ำเสริมไฮโดรเจนเพื่อกระตุ้นเซลล์ของคุณ) กระบวนการเมทาบอลิซึมของเซลล์ของคุณจะสามารถทำหน้าที่ปกป้องซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมากของมันได้ทั้งหมด

ทำไมไฮโดรเจนจึงช่วยในการออกกำลังกายให้ดีขึ้น

การศึกษาชิ้นหนึ่งซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อปี 2012 และได้รับการเผยแพร่ในวารสาร Medical Gas Research ก็พบว่าการได้รับก๊าซไฮโดรเจน (จากการดื่มน้ำเสริมไฮโดรเจน) ก่อนการออกกำลังกาย ช่วยให้นักกรีฑาเพศชายระดับแนวหน้ากำจัดความเหนื่อยล้า ของกล้ามเนื้อในระหว่างการฝึกซ้อมอย่างหนักได้

ประโยชน์ของน้ำไฮโดรเจนที่ดีต่อสุขภาพ

  • ช่วยให้รู้สึกเหนื่อยน้อยลง
  • การไหลเวียนโลหิตราบรื่น
  • ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น
  • รักษาอาการแพ้
  • ยับยั้งการอักเสบ
  • ช่วยให้เหงื่อออกง่ายโดยการเพิ่มอุณหภูมิของร่างกาย
  • ต่อต้านริ้วรอย ผิวพรรณสดชื่น
  • ช่วยให้แผลหายดีขึ้น
  • ช่วยในการถ่ายปัสสาวะ
  • ช่วยลดภาวะซึมเศร้า

 

LiCC H+ RO (Hydrogen-rich Reverse Osmosis Water purifying and drinking machine)

= ไส้กรอง RO+ UVC +เติมแร่ธาตุ + เติมฟองไฮโดรเจน (SPE) +ไส้กรองคาร์บอน (PAC+CF) ทำงานรวมกันสิ่งที่ได้รับคือ ได้น้ำดื่มที่สะอาดบริสุทธิ์ มีแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ในค่า pH ที่เหมาะสม (7.0-8.5) พร้อมมีฟองไฮโดรเจนซึ่งทำหน้าที่เหมือนสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกาย อีกทั้ง ฆ่าเชื้อโรค ยับยั้งแบคทีเรียได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ประจุลบ เครื่องฟอกอากาศ LiCC เครื่องฟอกอากาศระบบ UV-C

แนะนำ เครื่องกรองน้ำไฮโดรเจน

สินค้าแนะนำ
  • สินค้าแนะนำ
ประจุลบ เครื่องฟอกอากาศ LiCC เครื่องฟอกอากาศระบบ UV-C

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *